คลังเก็บหมวดหมู่: ข่าวทั่วไป

เผย ‘นพ.ยอร์น’ ดื่มสุราที่ร้านอาหารริมเจ้าพระยาก่อนเกิดเหตุ

เมื่อวันที่ 16 พ.ย. ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวได้เดินทางเข้าพบ น.ส.ทราย (นามสมมุติ) เจ้าของร้านอาหารริมแม่น้ำเจ้าพระยา ชื่อร้าน ปู่ ย่า ตา ยาย หมู่ 4 ซอยบ้านไทรม้า ถนนรัตนาธิเบศร์ ต.ไทรม้า อ.เมือง จ.นนทบุรี เพื่อสอบถามเกี่ยวกับ นพ.ยอร์น จิระนคร สาธารณสุขนิเทศน์เขต 12 กระทรวงสาธารณสุข ที่เดินทางมาทานอาหารที่ร้านดังกล่าว เมื่อบ่ายวันที่ 10 พ.ย.60 ก่อนเกิดเหตุขับรถชนประตูกระทรวงสาธารณสุข และทับร่าง รปภ.ลากไปไกลกว่า 20 เมตรจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

จากการสอบถาม น.ส.ทราย เจ้าของร้านอาหารดังกล่าว ทราบว่าวันที่ 10 พ.ย.60 เวลาประมาณ 14.00-15.00 น. ชายที่ปรากฏในข่าวซึ่งตนจำหน้าได้ และทราบชื่อภายหลังว่าคือ นพ.ยอร์น ได้เดินทางมาทานอาหารที่ร้านกับผู้หญิงอีกหนึ่งคน อายุประมาณ 30-40 ปี แต่จำไม่ได้ว่ามีบุคคลอื่นมานั่งที่โต๊ะเพิ่มหรือไม่ ทั้งสองได้นั่งโต๊ะริมสุดติดแม่น้ำ และสั่งอาหารปกติ 3-4 อย่าง รวมทั้งสั่งโซดาและน้ำเปล่าอย่างละประมาณ 5-6 ขวด

ซึ่งเขาได้นำสุรามาเองและมาเปิดที่ร้าน จากนั้นนั่งอยู่ประมาณ นั่งอยู่ประมาณ 3 ชม. ออกจากร้านไปประมาณ 18.00 น.คือท้องฟ้ามืดแล้ว ลักษณะของเขาก็ปกติดีไม่ได้แสดงอาการมึนเมา แต่ไม่ทราบว่าเขาขับรถยนต์อะไรมาและไปไหนต่อ สาเหตุที่จำได้เพราะเขามาบ่อยประมาณสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ก็จะมาทานอาหารและดื่มสุราบ้าง

ขอบคุณที่มา : news.mthai.com

เช็คจราจรเช้านี้ ถนนสิรินธรประเสริฐมนูกิจ รถหนาแน่น

สภาพการจราจรเช้านี้ ถนนสิรินธร ขาเข้า มุ่งหน้าขึ้นสะพานกรุงธน รถติดขัดหนาแน่น ท้ายแถวอยู่จุดกลับรถตั้งฮั่วเส็ง ล่าสุด ปรับช่องทางบนสะพานกรุงธน เข้า 3 ออก 1 ขณะที่ถนนประเสริฐมนูกิจ จากนวมินทร์ ไปแยกใต้ทางด่วนตัดถนนประดิษฐ์มนูธรรม รถติดขัด สะสมถนนนวมินทร์ ขาออก หยุดนิ่งแยกโพธิ์แก้ว

ส่วนบริเวณหน้าทางขึ้นด่วนงามวงศ์วาน ขาเข้า มุ่งหน้าด่านประชาชื่น รถหนาแน่น ผ่านด่านประชาชื่น เข้าไปทางโค้ง บขส. พระรามหก คลองประปา เคลื่อนตัวช้า หลุดต่างระดับพญาไท ไปทางยมราช หรือด่านอโศก เคลื่อนตัวดี

ขอบคุณที่มา : news.mthai.com

‘มะพร้าวเผาแม่ใจ’ กับการเผาแบบโบราณที่เหลือเพียงหนึ่งเดียว

วันนี้ (15 พ.ย. 60) มีรายงานว่า นายบุญยืน ตันธา ชายวัย 63 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ ต.ศรีถ้อย อ.แม่ใจ จ.พะเยา นำมะพร้าวน้ำหอมเข้าทำการเผาโดยใช้ฟืนที่เป็นการเผาแบบโบราณเพื่อจำหน่าย ในบริเวณบ้านของตนเองที่อยู่หลังร้าน ติดถนนสายพะเยา เชียงราย ซึ่งเป็นการเผามะพร้าวที่ยังคงหลงเหลืออยู่เป็นสัญลักษณ์ของ อ.แม่ใจ เพียงเจ้าเดียว เนื่องจากเจ้าอื่นจะหันมาใช้วิธีการต้มแทน

โดย นายบุญยืน บอกว่า ตนเองกับนางมาลี ตันธา ภรรยา มีอาชีพขายมะพร้าวเผามานานกว่า 40 ปี แล้ว และยังคงใช้วิธีการเผาแบบโบราณจำหน่าย เนื่องจากไม่อยากให้ชื่อเสียงมะพร้าวเผา อ.แม่ใจ สูญหายไป และวิธีการเผาจะทำให้เพิ่มความหอมของมะพร้าวเผาให้หอมกรุ่นด้วยกลิ่นควันไฟนิดๆ ซึ่งวิธีการเผาของตนเอง จะเผาในลักษณะที่สุมไฟไม่ให้ลุกแรง โดยจะใช้ควันไฟในการสุมมะพร้าวให้สุก ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง จากนั้นก็จะนำมาปลอกเปลือกและขัดผิว

ซึ่งมะพร้าวเผาของตนเอง จะสามารถเผาได้เพียงวันละ ประมาณ 120 ลูกต่อวันเท่านั้น และทุกวันส่วนใหญ่จะขายหมดไม่เหลือข้ามคืน และจะเผาวันต่อวัน สำหรับราคาในการจำหน่ายก็จะจำหน่ายเพียงลูกละ 25-30 บาท เท่ากับร้านค้าแห่งอื่นที่จำหน่ายกันเป็นจำนวนมากในละแวกนี้

ขอบคุณที่มา : news.mthai.com

สั่งจำคุกตลอดชีวิต รูมเมทฆ่า 2 พี่น้อง ดับคาบ้านพัก ย่านลาดพร้าว

ศาลอาญา รัชดามีคำพิพากษาให้จำคุกตลอดชีวิต นายไพฑูรย์ หรือ ต้อม อายุ 35 ปี ชาวอุบลราชธานี , นายพันธิต หรือ เลิฟ อายุ 21 ปี ชาวประจวบคีรีขันธ์ , นายมาโนช หรือโน๊ต อายุ 29 ปี กทม. และนายจิระ หรือ แม็ค อายุ 26 ปี ชาวร้อยเอ็ด จำเลย ในความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ จากกรณีที่ จำเลยร่วมกันก่อเหตุใช้อาวธุมีดแทงนายนิยม ภูมิภาค อายุ 55 ปี อาชีพ รปภ.และนายปฐมพงษ์ ภูมิภาค อายุ 48 ปี คนขับรถส่งของ 2 พี่น้อง ซึ่งเป็นอดีตเพื่อนร่วมบ้านเช่าของนายไพฑูรย์ เสียชีวิตในบ้าน ย่านลาดพร้าว 35 เมื่อเดือน ต.ค.2559 ที่ผ่านมา เนื่องจากมีปากเสียงทะเลาะต่อเนื่องกันเรื่องไม่ชำระค่าไฟฟ้า และสั่งปรับ อีกคนละ 600 บาท ฐานพกพาอาวุธมีดไปในที่สาธารณะ พร้อมทั้งให้จำเลยทั้งสี่ ร่วมกันชดใช้เงิน 1.5 ล้านบาทให้กับญาติผู้เสียชีวิตด้วย

ส่วน นายอภินันท์หรือแบงค์ อายุ 23 ปี ชาวอำนาจเจริญ จำเลยร่วมอีกคนนั้น ศาลเห็นว่าพยานหลักฐานของอัยการโจทก์ ยังไม่มีน้ำหนักเพียงพอ ว่าจำเลยร่วมกระทำผิด จึงพิพากษายกฟ้องแต่ให้ขังไว้ระหว่างอุทธรณ์

ขอบคุณที่มา : news.mthai.com

ทราย เจริญปุระ แจ้งความหลังถูกเพจข่าวดังกล่าวหาเป็นลูกทรพี

เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 12 พ.ย.60 น.ส.อินทิรา หรือ ทราย เจริญปุระ ดารานักแสดงชื่อดัง อยู่บ้านเลขที่ 47 ซอยติวานนท์ 3 ต.ตลาดขวัญ อ.เมืองนนทบุรี พร้อมด้วยนายเกิดผล แก้วเกิด ทนายความ เข้าแจ้งความกับ ร.ต.ท.กัมปนาท โอษฐงาม รอง สว.(สอบสวน) สภ.รัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี เพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ก่อนหน้านี้ได้มีสื่อสำนักหนึ่ง ลงพาดหัวข่าวลงในเว็บไซต์ว่า ทราย เป็นลูกทรพี ทำให้เสื่อมเสีย และมีผู้เข้ามาคอมเม้นด้วยคำพูดรุนแรงอีก 4 ราย จึงได้มาแจ้งเพื่อลงประจำวัน และจะดูข้อกฎหมายว่าเข้าข่ายอะไรบ้างเบื้องต้นเป็นการหมิ่นประมาท

โดย น.ส.อินทิรา หรือ ทราย เจริญปุระกล่าวว่าที่เข้ามาแจ้งความวันนี้เนื่องจากจากสำนักข่าวแห่งหนึ่งมีการอัพเดทกับคนที่สนใจเกี่ยวกับการรักษา วันหนึ่งมีสำนักข่าวเอารูปเอาข้อความของเราไปใส่ในข่าวว่าข้อความรุนแรงมากวพาดหัวว่า ลูกทรพี ความหมายของลูกทรพีคือลูกที่ทำร้ายพ่อแม่ ว่าพ่อแม่ หลังจากที่ตนโดนมาตลอด แต่อันนี้ล้ำเส้นมากเกินไปจริงๆ ตนคิดว่าความจริงมันคงออกมาเองและปล่อยไปตลอด ถ้าไม่จริงทำไมไม่ออกมาสู้ ตนก็ปล่อยมันไปไม้อยากมีเรื่อง แต่เรื่องมันไม่จริงคนเขาคิดว่าทำไมเราไม่สู้ ตนไม่อยากมีเรื่อง

ตอนนี้เรื่องมันไม่จริงเราก็ต้องออกมาแอคชั่นบ้าง เขาขอโทษมาใช้คำว่าข้อผิดผลาดแต่มันไม่ใช่ข้อผิดผลาด มันต้องผ่านขบวนการมาบ้างแล้วกว่าจะออกมาเป็นข้อความในข่าว ไม่ได้สะกดชื่อเราผิด ข้อความที่จะออกมาเป็นข่าวน่าจะผ่านมาหลายตา ไม่ใช่มือลั่น ตนเห็นข่าวนี้มันไม่โอเค แม่เรารักษาจนออกจากโรงพยาบาลมันเป็นช่วงที่กำลังดีของชีวิต ตนไม่กล้าบอกแม่เพราะแม่อ่อนไหว กลัวแม่คิดว่าเป็นเพราะเขาหรือเปล่าจึงไม่อยากบอกท่านกลัวท่านจะต้องเข้าโรงพยาบาลอีก

มันเป็นเรื่องที่ทำร้ายจิตใจ เขาควรมีความรับผิดชอบต่องานที่ต้องใช้คำ มีคนอีกเป็นล้านที่อ่านข้อความนี้ คุณเอาเรื่องเราไปทำข่าวแต่พาดหัวรุนแรงแบบนี้มันเกินไป ตนไม่ได้อยากได้อะไรกับเรื่องนี้ เขาควรระวังตัวกับเรื่องแบบนี้ อย่างเรื่องสำนักข่าวที่ด่าใครรุนแรง วันนี้นอกจากแจ้งข้อหาสำนักข่าวแล้ว ยังมีการแจ้งเรื่องการคุกคามด้วน เราต้องออกมาปกป้องแม่ ถ้าเรื่องของตนก็ไม่ได้เคยทำอะไร แต่เขาไม่ได้คิดถึงจิตใจของผู้หญิงแก่ที่ป่วยเลย เขาโดนเองบ้างไหม ตนไม่อยากให้ใครโดนแบบตนอีก

ทางด้านนายเกิดผลเกิดผล แก้วเกิด ทนายความชื่อดังกล่าว่า จากข้อความที่ปรากฏ เว็บข่าวของสำนักข่าวแห่งหนึ่ง ข้อความที่กล่าวว่า ลูกทรพี ซึ่งคำว่าลูกทรพี คือลูกเนรคุณ มันไม่ได้เป็นความจริง คนที่ไม่ได้อ่านเข้าไปในเนื้อหาของข่าว อ่านแค่หัวข้อข่าวมีความปักใจไม่ชอบส่วนตัวอยู่แล้ว ย่อมเชื่อและคิดว่า น้องทรายเป็นลูกทรพีทำร้ายพ่อแม่ เป็นการสร้างความเสียหายให้กับคุณชายและครอบครัวอันนี้เข้าข่ายหมิ่นประมาท เบื้องต้นในการแจ้งความดำเนินคดีในวันนี้ คือ แจ้งความข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ทั้งผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการโพสต์ข้อความ ข่าว และรวมถึง Admin ข่าว ของนักข่าวดังกล่าว ตลอดจนผู้ที่เข้ามา แสดงความคิดเห็น และ Comment ไปในเชิงเสียหายและหมิ่นประมาทด้วย อีกประมาณ 3-4 คน

โดยในวันอังคารนี้จะเข้ามาแจ้งความและให้ปากคำเพิ่มเติม รวมทั้งบุคคลที่คอมเม้น ต่อให้เกิดความเสียหายในเชิงหมิ่นประมาท นี่คือพูดถึงส่วนในการหมิ่นประมาทนะครับ แต่ถ้ามันมีส่วนหนึ่งที่ให้ข้อมูลอันเป็นเท็จ เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ เป็นการปกปิดหรือบิดเบือน ก็จะพิจารณาว่า จะเข้าข่ายพรบคอมพิวเตอร์หรือไม่ รวมทั้งอาจจะต้องดำเนินคดี ทั้งทางแพ่งและคดีอาญา กับสำนักข่าวดังกล่าวด้วย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็อยู่ที่ตัวคุณทรายซึ่งเป็นผู้เสียหาย เพราะว่าในเบื้องต้นมีการติดต่อมาเพื่อเจรจา แต่การเจรจา เป็นการขอโทษ โดยส่งข้อความมาทางข้อความส่วนตัว รวมทั้งโทรศัพท์มาหาทนายความด้วย ตรงนี้เราไม่ค่อยโอเค เพราะเวลาคุณด่าเขากล่าวหาหรือใส่ความ กับประจานเขาต่อหน้าสาธารณะชน แต่เวลาจะมาขอ ขมาหรือขอโทษ ทำแบบลับลับ ซึ่งเป็นแค่น้องคนหนึ่ง ว่าเป็นตัวจริงหรือโพสต์จริงหรือเปล่า ซึ่งอ้างว่าตัวเองเป็นคนโพสต์ จะจริงหรือไม่เราไม่รู้ ผู้ใหญ่ในสำนักข่าวดังกล่าวกับทำนิ่งเฉย ซึ่งขาดความรับผิดชอบ ในสิ่งที่ควรจะต้องทำ

เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ถ้าไม่มีการรับผิดชอบหรือแสดงสปิริตในความรับผิดชอบ ทางคุณทรายก็ให้ดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ทั้งทางแพ่งและทางอาญา ท่ามแสดงความรับผิดชอบชัดเจนมากกว่านี้ค่อยมาว่ากันอีกที ส่วนทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะสอบปากคำเพิ่มเติมในวันอังคารที่จะถึงนี้ โดยทางคุณชายจะนำพยานหลักฐานมาเพิ่มเติมและพยานบุคคล ที่จะมาหาพนักงานสอบสวนเพื่อสอบปากคำ สวนสอบปากคำผู้เสียหายเสร็จสิ้นแล้วจะออกหมายเรียกพยาน คนอื่น ส่วนผู้ถูกฟ้อง จะมาในฐานะ ผู้ถูกกล่าวหาหรือเป็นพยาน หรือผู้ต้องหา อยู่ที่ระยะเวลาการทำงานของพนักงานสอบสวน

ขอบคุณที่มา : news.mthai.com

รถทัวร์ 2 ชั้นเสียหลักพลิกคว่ำทางขึ้นเขาค้อ เจ็บ 23 สาหัส 2

เมื่อเวลา 10.20 น. วันที่ 12 พ.ย. 60 ร.ต.ท.มิตร พุทธา พนักงานสอบสวน สภ.หล่มสัก อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ รับแจ้งว่าได้เกิดอุบัติเหตุหมู่รถทัวร์ปรับอากาศแบบ 2 ชั้น ทะเบียน 31-2787 กรุงเทพมหานคร ซึ่งบรรทุกนักท่องเที่ยวมาเต็มคันรถ จำนวนกว่า 43 คน เกิดเสียหลักพลิกคว่ำตะแคงอยู่กลางถนนทางขึ้นเขาค้อเส้นทางหลวงหมายเลข 12 ถนนสายพิษณุโลก-หล่มสัก ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 343 ใกล้ปากทางเข้าอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำชุนห่างจากวัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ ไม่ถึง 10 กิโลเมตร จึงเดินทางไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบรถทัวร์นำเที่ยวคันดังกล่าว พลิกคว่ำตะแคงขวางปิดช่องทางจราจร 3 เลน อยู่บริเวณกลางถนนทางทีมกู้ภัยจึงช่วยทุบกระจกหน้าเพื่อช่วยลำเลียงผู้โดยสาร และคนเจ็บออกจากรถทัวร์คันดังกล่าว แล้วรีบนำคนเจ็บส่งโรงพยาบาลหล่มสัก เบื้องต้นมีรายงานแจ้งว่ายังไม่มีผู้เสียชีวิตแต่อย่างใด มีแต่เพียงผู้ได้รับบาดเจ็บราว 23ราย และมีอาการสาหัส 2 ราย อาสาสมัครกู้ภัยพยายามช่วยปั้มหัวใจจนมีชีพจรและเร่งนำส่งโรงพยาบาลหล่มสัก ส่วนสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของทางพนักงานสอบสวน สภ.หล่มสัก

จากการสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่าผู้โดยสารทั้งหมดเป็นนักท่องเที่ยวที่มากับกรุ๊ปทัวร์ผู้สูงอายุ ขับรถปรับอากาศมาด้วยกัน 3 คัน โดยจะมาไหว้พระที่วัดพระธาตุผาซ่อนแก้วและวัดป่าภูทับเบิก และจะนอนพักค้างแรมที่รีสอร์ทปลายฟ้าบนเขาค้อ ขณะเกิดเหตุกำลังจะเดินทางมุ่งหน้ากลับ กทม. ซึ่งรถทัวร์นำเที่ยวคันที่ประสบอุบัติเหตุกำลังวิ่งลงเนินเขา แต่จู่ๆเกิดเบรกแตกทำให้ไม่สามารถชะลอ ไม่สามารถหยุดรถได้ทางคนขับจึงพยายามประคองรถจนไต่ขึ้นเนิน กระทั่งรถหมดแรงและเริ่มถอยหลังคนขับ จึงสั่งให้เด็กท้ายรถกระโดดลงจากรถพร้อมนำหมอนไม้เข้าหนุนที่ล้อแต่เอาไม่อยู่โดยล้อรถปีนข้ามหมอนไม้ จากนั้นไหลลงเนินทำให้คนขับตัดสินใจหักเลี้ยวนำข้างรถเข้าเบียดกับแนวกำแพงแบริเออร์ริมถนนกระทั่งรถเสียหลักพลิกคว่ำตะแคงกลางถนน

ผู้โดยสารรายหนึ่ง เล่าถึงเหตุการณ์นาทีชีวิตว่า ตนได้ยินเสียงคนขับตะโกนแจ้งบอกรถเบรกแตกให้ทุกคนระมัดระวัง และช่วงที่รถเริ่มวิ่งชะลอใครกระโดดออกจากตัวรถได้ให้กระโดดทันที แต่เนื่องจากรถทัวร์มีประตูทางออกแค่ประตูเดียวเท่านั้น ประกอบกับทุกคนอยู่ในอาการตื่นตกใจและตะโกนร้องกันเสียงหลงจนไม่มีใครกระโดดออกจากตัวรถ มีเพียงเด็กท้ายรถ 2 คนที่กระโดดลง และพยายามนำหมอนไม้หนุนล้อแต่รถยังไหลถอยหลังกระทั่งเห็นรถถอยชนกำแพงกั้นริมถนนและพลิกคว่ำตะแคงดังกล่าว

ต่อมานายอลงกรณ์ พรหมศิลป์ ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงเพชรบูรณ์ ที่ 1 สำนักงานทางหลวงที่ 6 เพชรบูรณ์ กรมทางหลวง ได้สั่งการให้หมวดทางหลวงหล่มสัก และ เจ้าหน้าที่แขวงทางหลวงเพชรบูรณ์ ที่ 1 ร่วมกับ ตำรวจ ทหาร และอาสาสมัครกู้ภัยหล่มสัก ได้ติดตั้งอุปกรณ์อำนวยความปลอดภัย และ อำนวยความสะดวกด้านการจราจร ซึ่งอยู่ระหว่างเตรียมการเคลื่อนย้ายรถทัวร์โดยสารที่พลิกคว่ำออกจากที่เกิดเหตุ พร้อมจัดเตรียมรถน้ำพร้อมเจ้าหน้าที่เพื่อเข้าทำความสะอาดผิวทาง และ ขอให้ประชาชนผู้ใช้เส้นทางขับขี่ด้วยความระมัดระวัง ปฏิบัติตามกฎจราจรและป้ายเตือนอย่างเคร่งครัด

อย่างไรก็ตามแขวงทางหลวงเพชรบูรณ์ ที่ 1 ขอประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางบนหลวงหมายเลข 12 พิษณุโลก-หล่มสัก และ ทางหลวงหมายเลข 21 ได้รับทราบว่าหากมีเหตุขัดข้องประการใด ท่านสามารถแจ้งเหตุ หรือ ข้อร้องเรียน-ร้องทุกข์ มาได้ผ่านสื่อ Social Media ใน 3 ช่องทางหลัก ได้แก่ ทางโทรศัพท์ , [email protected] , Facebook ตลอด 24 ชั่วโมง นายอลงกรณ์ กล่าว

ความคืบหน้าล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้บาดเจ็บสาหัส 2 รายนั้น มี 1 รายเป็นหญิง ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา ทราบชื่อนางบุษกร ทองศรี ภูมิลำเนาตามบัตรประชาชน กรุงเทพฯ อายุ 64 ปี สาเหตุการเสียชีวิต เลือดคลั่งในสมอง

ขอบคุณที่มา : news.mthai.com

รวบแก๊งโจ๋ตระเวนขโมยจยย. ถอดชิ้นส่วนอะไหล่แยกขาย

เมื่อวันที่ 11 พ.ย. ที่ผ่านมา พ.ต.ท.สุพิน เนาว์ประโคน รอง ผกก.ป. พ.ต.ต.รส แก้วสากเหล็ก สว.ป. สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี นำกำลังเข้าจับกุมตัวนายสถาพรหรือเจ แพงสมศรี อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 58/484 หมู่7 ต.คลองพระอุดม อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี นายเอ(นามสมมุติ) อายุ 15 ปี นายชัย(นามสมมุติ) อายุ 17 ปี นายน้อย (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี และนายหนึ่ง(นามสมมุติ) อายุ 17 ปี พร้อมของกลาง รถจักยานยนต์ 4 คัน

ซึ่งประกอบด้วย ฮอนด้า เวฟ สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน ยกล 0754 กทม. ฮอนด้า เวฟ สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน กษต 626 พระนครศรีอยุธยา ฮอนด้า เวฟ สีดำ-แดง หมายเลขทะเบียน ขนธ 342 กาญจนบุรี และ ฮอนด้า โซนิค สีแดง หมายเลขทะเบียน บนพ 967 กทม. ได้ที่บริเวณเพิงพักไม่มีเลขที่ ด้านหลังหมู่บ้านลานทอง หมู่ 8 ถนนติวานนท์ ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี หลังจากสืบทราบว่าทั้งหมดเป็นแก๊งลักรถจักรยานยนต์ และได้ร่วมกันก่อเหตุโจรกรรมมาหลายท้องที่ ประกอบด้วย ท้องที่สภ.เมืองปทุมธานี ท้องที่ สภ.ลาดหลุมแก้ว และท้องที่ สน.บางเขน

จากการสอบสวนทั้งหมดให้การรับสารภาพว่าได้ร่วมกันก่อเหตุขโมยรถจยย.โดยส่วนใหญ่จะลงมือก่อเหตุในเวลากลางคืนและจะเลือกขโมยยี่ห้อฮอนด้า เวฟ จากนั้นก็จะนำมาถอดชิ้นส่วนอะไหล่แต่ละชิ้นแยกขาย เนื่องจากเป็นที่ต้องการของกลุ่มวัยรุ่นที่ต้องการอะไหล่รถจยย.รุ่นนี้ ก่อนแจ้งข้อหาร่วมกันลักทรัพย์และรับของโจร อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวเพื่อสอบสวนขยายผลและดำเนินคดีต่อไป

ขอบคุณที่มา : news.mthai.com

รวบป้าวัย 63 ปี ขายยาบ้า พบเคยต้องโทษคดียาเสพติดมาเมื่อ 13 ปีที่แล้ว

นายปรีชา ส่งเสริม หัวหน้าผู้ประสานงานศูนย์อำนวยการป้องกัน และปราบปราบยาเสพติดจังหวัดศรีสะเกษ นำกำลังสมาชิกกองอาสารักษาแดนแดน และ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งเป็นชุดเคลื่อนที่เร็วของผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ เข้าทำการตรวจสอบและจับกุมตัว นางสาวไพร (ยายไมล์ ) อายุ 63 ปี ซึ่งมีพฤติการณ์แอบลักลอบขายยาบ้าให้กับวัยรุ่นในพื้นที่ อ.พยุห์

ขณะที่เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมเข้าทำการจับกุมตัว ยายไมล์ พบว่า กำลังนั่งขอดเกล็ดปลาอยู่ที่บริเวณหลังบ้าน เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ยายไมล์ ได้มีท่าทีตกใจ และพยายามที่จะคว้าเอาเปลือกหอยเชอร์รี่ ที่ซุกซ่อนอยู่ใต้ชั้นวางถ้วยชามที่ ยายไมล์ นั่งอยู่ทิ้ง แต่เจ้าหน้าที่ได้ทำการควบคุมตัวไว้ได้ก่อน เมื่อตรวจสอบภายในเปลือกหอยเชอร์รี่ ปรากฏว่าพบยาบ้าห่อไว้อย่างดี จำนวน 37 เม็ด

ซึ่งยายไมล์ รับว่ายาบ้าจำนวนดังกล่าวเป็นของตนและได้ซุกซ่อนไว้จริง เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงทำการตรวจยึดของกลางดังกล่าวไว้ และพบว่า เคยถูกจับและต้องโทษในคดียาเสพติดมาแล้ว เมื่อปี 2542 หรือประมาณ 13 ปีที่ผ่านมา หลังพ้นโทษ กลับมาอยู่บ้านประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป แต่รายได้ไม่พอ ประกอบกับอายุมากขึ้นไม่มีคนดูแล จึงได้หวนกลับมาสู่อาชีพเดิม โดยติดต่อสั่งซื้อยาบ้าจากเอเยนต์ขายยาบ้าในพื้นที่ใกล้เคียง มาขายเพื่อเสริมรายได้ จนกระทั่งมาถูกจับกุม

ชอบคุณที่มา : news.mthai.com

วันเกิดพระพรหมเอราวัณ ชาวไทย-ต่างชาติแห่ขอพรแน่นขนัด

บรรยากาศบริเวณศาลท้าวมหาพรหม ที่บริเวณสี่แยกราชประสงค์ โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ ในวันนี้ คึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่เดินทางมากราบไหว้สักการะ ขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคล ขอให้ปกป้องคุ้มครอง ให้อยู่เย็นเป็นสุข ซึ่งถือว่ามีจำนวนผู้ที่มีความศรัทธาเดินทางมามากกว่าปกติ

เนื่องจากทุกวันที่ 9 พฤศจิกายน ถือเป็นวันเกิดของ พระพรหมเอราวัณ หรือ วันที่มีการอัญเชิญพระพรหมมาประดิษฐานที่หน้าโรงแรมเอราวัณเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2499 ท่ามกลางการดูแลรักษาความปลอดภัยจากตำรวจ และ มีการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด

ขอบคุณที่มา : news.mthai.com

อุตุฯ เผย ไทยตอนบนมีอุณหภูมิสูงขึ้น ขณะภาคใต้ยังคงมีฝนตกชุกหนาแน่น

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ในช่วงวันที่ 8-13 พ.ย. บริเวณความกดอากาศสูงที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนเริ่มมีกำลังอ่อนลง ประกอบกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมประเทศไทยเริ่มมีกำลังอ่อนลง ทำให้มีอุณหภูมิสูงขึ้น แต่ยังคงมีอากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า

ในขณะที่พายุดีเปรสชั่นปกคลุมบริเวณอ่าวไทยตอนกลางมีแนวโน้มเคลื่อนขึ้นบริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานีในวันที่ 7 พ.ย. แล้วจะอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำ และจะเคลื่อนตัวลงสู่ทะเลอันดามัน ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคใต้ยังคงมีฝนตกชุกหนาแน่น กับมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่โดยเฉพาะในช่วงวันที่ 7-8 พ.ย. และคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังแรง

สำหรับกรุงเทพมหานครและปริมณฑลในช่วงวันที่ 8-13 พ.ย. อุณหภูมิจะสูงขึ้น 2-4 องศาเซลเซียส กับมีหมอกในตอนเช้าอุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ขอบตุณที่มา : sport.mthai.com