จับโจรขโมยกางเกงใน 500 ตัว ปัดโรคจิตอ้างเอาไปขายตลาดนัด

วันนี้(8ก.พ.) พ.ต.ท.เอกรัฐ สวนแสน รอง ผกก.สส.สภ.หาดใหญ่ และร.ต.อ.ปิยวัฒน์ ทิพรัตน์ รอง สว.สส.ฯ ร่วมกับตำรวจชุดสืบสวนและชุดสายตรวจ จับกุม นายมรุซัน อายุ 41 ปี ชาว จ.ยะลา คนร้ายที่ก่อเหตุขโมยกางเกงในผู้หญิงจำนวน 500 ตัว ในร้านจำหน่ายชุดชั้นในสตรีภายในศูนย์การค้าหาดใหญ่พลาซ่า ย่านหน้าหอนาฬิกา เขตเทศบาลนครหาดใหญ่

และถูกเจ้าหน้าที่จับกุมได้ขณะเดินอยู่บริเวณวงเวียนน้ำพุใกล้กับที่เกิดเหตุ และผู้เสียหายคือ นางสมศรี ซึ่งเป็นเจ้าของร้านได้ชี้ให้เจ้าหน้าที่จับกุมเนื่องจากจำหน้าคนร้ายได้จากเบาะแสภาพกล้องวงจรปิดที่บันทึกภาพคนร้ายขณะลงมือก่อเหตุเอาไว้ได้ โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงตี1ของคืนวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

จากการสอบสวน นายมรุซัน ยอมรับสารภาพแต่โดยดีว่าในคืนเกิดเหตุได้แอบเข้าไปซ่อนตัวในศูนย์การค้าหาดใหญ่พลาซ่าตั้งแต่ช่วงเย็น และในช่วงดึกจึงออกมางัดร้านเกิดเหตุขโมยชุดชั้นในผู้หญิงได้ 500 ตัว และรุ่งเช้าได้นำไปขายต่อที่ตลาดนัดสงขลาในราคาเหมาส่ง 1,800 บาท โดยอ้างกับผู้ซื้อว่าเลิกกิจการ แต่ปฏิเสธว่าไม่ใช่โรคจิตที่ขโมยกางเกงในผู้หญิง เพียงแต่ต้องการขโมยไปขายเพื่อหาเงินใช้เท่านั้น
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาลักทรัพย์สินในเวลากลางคืน และเสพยาเสพติด เนื่องจากผลการตรวจปัสสวะเป็นสีม่วง นอกจากนี้จากการตรวจสอบประวัติพบเคยก่อคดีลักทรัพย์ในพื้นที่จ.ยะมาแล้วหลายครั้ง

“ช้าง” เซ็นสัญญาสนับสนุน “สมาคมลูกหนัง” 10 ปี 1,000 ล้านบาท

บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เจ้าของผลิตภัณฑ์ “ช้าง” ร่วมกับ สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกันแถลงข่าว “1,000 ล้าน ช้าง สานต่อทุกความฝัน ฟุตบอลไทย เพื่อคนไทย” โดยมี คุณฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) และ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เป็นประธานในพิธีลงนามความร่วมมือครั้งประวัติศาสตร์ ณ สโมสร ราชพฤกษ์ ห้อง ราชพฤกษ์บอลลูม เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560 ตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี ที่ “ช้าง” อยู่เคียงข้างวงการฟุตบอลไทยและให้การสนับสนุนสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ด้วยความมุ่งหวังที่จะเห็นฟุตบอลไทยพัฒนาขึ้นอย่างมั่นคงและยั่งยืน ด้วยการดำเนินโครงการฟุตบอลต่างๆ ทั้งในระดับเยาวชน กับ โครงการศูนย์ฝึกไทยเบฟ ฟุตบอล อคาเดมี (TBFA) ศูนย์ฝึกฟุตบอลใจกลางกรุงเทพฯ แบบให้เปล่า ที่ปัจจุบันมีเยาวชนผ่านการอบรมไปแล้วไม่ต่ำกว่า 300,000 คน

ช้าง โมบาย ฟุตบอล ยูนิต คลีนิคฟุตบอลเคลื่อนที่แห่งแรกของไทย เพื่อกระจายโอกาสไปยังทุกภูมิภาคทั่วไทย กับอีกกว่า 10 โครงการ ที่ได้ร่วมมือกับพันธมิตรกีฬาฟุตบอลของช้าง ในพื้นที่และรูปแบบต่างๆ เพื่อสร้างฝันให้กับเยาวชนไทย ในระดับอาชีพ “ช้าง” ยังเป็นผู้สนับสนุนสโมสรฟุตบอลและฟุตซอลระดับอาชีพมากกว่า 40 สโมสร รวมถึงการแข่งขันฟุตบอลและฟุตซอลในเกือบทุกลีกอาชีพ
กับก้าวสำคัญของ ช้าง ในการเข้าไปสนับสนุนสโมสรฟุตบอลชั้นนำของพรีเมียร์ลีก อังกฤษ อย่าง “เอฟเวอร์ตัน” มานานกว่า 10 ปี นับเป็นแบรนด์สินค้าที่ให้การสนับสนุนฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษที่ยาวนานที่สุด ซึ่งนำมาสู่ความร่วมมือการต่อยอดในการพัฒนาวงการฟุตบอลไทยอย่างยั่งยืน อาทิ การคัดเลือกนักฟุตบอลไทยไปเข้ารับการฝึกที่เอฟเวอร์ตัน ประเทศอังกฤษกับโครงการ “ช้างไทยไปเอฟเวอร์ตัน” ที่ลือลั่นในอดีต การอบรมโค้ชฟุตบอลและเยาวชนไทยในพื้นที่ต่างๆ ร่วมกับพันธมิตรฟุตบอลทั่วประเทศของช้าง มายาวนานกว่า 10 ปี โดยสต๊าฟโค้ชที่มีชื่อเสียงจากเอฟเวอร์ตัน ตามแนวทาง Everton way ด้วยแนวคิดว่า “โค้ชคือผู้สร้างชีวิตให้นักฟุตบอล” การจัดทัวร์นาเม้นท์ ช้าง เอฟเวอร์ตัน จูเนียร์ คัพ เพื่อเฟ้นหาสุดยอดทีมเยาวชนรุ่นอายุไม่เกิน 13 ปี จากทั่วประเทศ ไปเสริมสร้างทักษะที่ประเทศอังกฤษ ทั้งหมดคือพันธกิจร่วมกันระหว่างช้างและสโมสรฟุตบอลเอฟเวอร์ตัน ในการพัฒนากีฬาฟุตบอลของไทยอย่างยั่งยืน และล่าสุด ช้าง ยังพร้อมให้การสนับสนุนสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ อย่างต่อเนื่องต่อไป

คุณฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ช้างได้สนับสนุนสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ และนักเตะทีมชาติไทยมาโดยตลอดไม่ว่าผลงานจะเป็นอย่างไร ทางบริษัทจะยังคงให้การสนับสนุนวงการฟุตบอลไทยต่อไป ตั้งแต่ระดับเยาวชน ระดับอาชีพ จนถึงทีมชาติชุดใหญ่ ทุกประเภท เพราะช้างมีความมุ่งมั่นที่จะมอบสิ่งดีๆ คืนให้กับสังคมไทย เพื่อนำมาสู่ความภาคภูมิใจของคนในชาติ … เพราะไม่ใช่เพื่อฟุตบอลไทย แต่เพื่อคนไทยทั้งชาติ”
“เมื่อปี 2559 ช้างร่วมกับสมาคมฟุตบอลฯ ก่อตั้ง มูลนิธิพัฒนาพัฒนากีฬาฟุตบอลให้กับเยาวชน ด้วยงบประมาณ 100 ล้านบาท และในปีนี้ “ช้าง” พร้อมเป็นผู้สนับสนุนหลักของสมาคมต่อไปด้วยการทุ่มงบประมาณสูงเป็นประวัติการณ์ 1,000 ล้านบาท ด้วยระยะเวลา 10 ปี ปีละ 100 ล้านบาท ถือเป็นก้าวใหม่แห่งทศวรรษ ด้วยความหวังที่จะสานต่อทุกความฝัน เพื่อสร้างความสุขให้คนไทย”
“นอกเหนือจากตัวเงินแล้ว “ช้าง” ยังพร้อมที่จะสนับสนุนทุกกิจกรรมที่ยกระดับมาตรฐานวงการฟุตบอลไทย และเดินหน้าต่อไปกับโครงการสำคัญๆ เพื่อสร้างรากฐานการเติมโตของฟุตบอลไทยอย่างยั่งยืน ไม่ว่าจะเป็น ศูนย์ฝึกไทยเบฟ ฟุตบอล อคาเดมี หรือ โครงการ ช้าง โมบาย ฟุตบอล ยูนิต การอบรมผู้ฝึกสอน เพื่อสร้างบุคลากรที่มีคุณภาพมาเป็นกำลังสำคัญของทีมชาติไทยในอนาคตต่อไป”
พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “ผมรู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มาร่วมงานแถลงข่าว “1,000 ล้าน ช้างสานต่อทุกความฝัน ฟุตบอลไทย เพื่อคนไทย” ของ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) โดยเครื่องดื่มตราช้าง ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนสมาคมฯมาเป็นระยะเวลายาวนานหลายปี นับตั้งแต่ปี พุทธศักราช 2546 จนถึงปัจจุบัน”
“ซึ่ง บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด โดยเครื่องดื่มช้าง เป็นแรงใจที่สำคัญ เป็นผู้สนับสนุนหลักของ สมาคมกีฬาฟุตบอลอย่างเป็นทางการ สำหรับการเตรียมความพร้อมให้กับนักกีฬาทีมชาติไทย ทุกรุ่น ทุกชุด ที่จะเข้าสู่การแข่งขันระดับนานาชาติ ทุกระดับ จนถึงระดับลีกอาชีพ และฟุตบอลรายการสำคัญ ๆ อีกหลายรายการ ของสมาคมฯ ต้องขอขอบคุณ ไว้ ณ โอกาสนี้“
“สำหรับงบประมาณ ที่ได้รับมอบจากช้างนั้น สมาคมฯ จะนำไปใช้เพื่อการพัฒนาและขับเคลื่อนกีฬาฟุตบอลตามวัตถุประสงค์ในโครงการ “1,000 ล้าน ช้างสานต่อทุกความฝัน ฟุตบอลไทย เพื่อคนไทย” ต่อไปครับ”

 

วิธีออกกำลังกายลดต้นขา บอกลาเซลลูไลท์อย่างได้ผล

ปัญหาไขมันที่สะสมตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย หากไม่ได้รับการเบิร์นออกไปจนหมดก็ย่อมกลายเป็นไขมันเซลลูไลท์ที่มักสะสมอยู่ตามต้นขา สะโพกและน่อง ทำเอาขาสวยๆ ของสาวๆ แทนที่จะเรียวน่ามอง กลับเต็มไปด้วยเซลลูไลท์จนต้องกลุ้มใจ วันนี้เราเลยจะมาแนะนำวิธีออกกำลังกายลดต้นขา วิธีออกกำลังกายเหล่านี้จะช่วยสลายไขมันบริเวณต้นขา สะโพกและน่องให้หมดไปได้ แถมยังทำให้สาวๆ มีหุ่นสวยพร้อมกันอีกด้วย ต้องออกกำลังกายแบบไหนบ้าง มาดูกันค่ะ

ออกกำลังกายลดต้นขาด้วยการย่อเข่า
นอกจากการออกกำลังกายแบบทั่วไปแล้ว การออกกำลังกายด้วยการย่อเข่านั้นจะสามารถช่วยสลายไขมันและช่วยให้กล้ามเนื้อต้นขาเกิดความกระชับยิ่งขึ้นได้ โดยจะช่วยลดต้นขาให้เล็กลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ การออกกำลังกายลดต้นขาแบบนี้คล้ายกับการทำท่าลุกนั่งนั่นเอง แต่ควรทำท่าดังกล่าวอย่างน้อย 30 ครั้ง และหากเพิ่มการเดินร่วมด้วยก็ควรเดินไม่ต่ำกว่า 30 นาที ก็จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้การสลายไขมันต้นขาเป็นไปอย่างได้ผลมากขึ้น นอกจากนี้ หากสาวๆ จะหันมาทำท่าสควอช์ซึ่งเป็นท่าออกกำลังกายลดต้นขาสุดฮิตก็ได้เช่นเดียวกันค่ะ
ออกกำลังกายลดต้นขาด้วยการกระโดดเชือก
หากต้องการออกกำลังกายลดต้นขาให้เล็กลง การกระโดดเชือกก็นับเป็นอีกหนึ่งวิธีออกกำลังกายที่ช่วยลดไขมันต้นขาลงได้ดีทีเดียว ทั้งนี้มีการรายงานระบุไว้ว่า การกระโดดเชือกเป็นเวลาติดต่อกัน 15 นาที จะให้ผลเทียบเท่ากับการวิ่งจ๊อกกิ้งนาน 30 นาทีเลยทีเดียว
หลายคนอาจเข้าใจผิดคิดว่าการกระโดดเชือกจะทำให้เกิดแรงกระแทกรุนแรง ส่งผลทำให้เป็นอันตรายต่อเข่า และทำให้เข่าเสื่อมหรือพังลงง่าย ทว่าหากคุณรู้จักวิธีกระโดดเชือกอย่างถูกต้องก็ย่อมไม่ก่อให้เกิดปัญหาดังกล่าวแน่นอน ซึ่งวิธีกระโดดเชือกที่ถูกต้องควรกระโดดในระดับต่ำ มีความสูงจากพื้นไม่เกิน 1-2 นิ้ว โดยใช้ข้อเท้า กล้ามเนื้อน่องและการงอเข่าเล็กน้อย เพื่อช่วยดูดซับแรงกระแทกได้พร้อมๆ กัน แรงกระแทกนี้ยังเกิดขึ้นน้อยกว่าการวิ่งออกกำลังกายอีกด้วย แต่การกระโดดสูงเกินไป นั่นคือวิธีการกระโดดเชือกที่ผิด ซึ่งจะทำให้เข่าเสื่อมและพังได้จากแรงกระแทกที่สูงเกินไปนั่นเอง

ทราบกันไปแล้วนะคะสำหรับวิธีออกกำลังกายลดต้นขาที่จะช่วยสลายเซลลูไลท์ให้หมดไปได้ หากสาวๆ ออกกำลังกายด้วยวิธีดังกล่าวอย่างสม่ำเสมอ ควบคู่กับการหมั่นสครับผิวที่มีเซลลูไลท์เป็นประจำ อาจจะนวดผิวบริเวณดังกล่าวบ่อยๆ ด้วยก็ได้ รับรองค่ะว่าไม่นานไขมันจะสลายไปอย่างง่ายดาย เหลือเพียงต้นขาสวยเรียวกระชับและเล็กลงอย่างใจชัวร์

ระดับยอดมนุษย์! “คิเอลลินี่” ชู “ป็อกบา” เสมือน “เจมส์-โบลท์” แห่งวงการลูกหนัง

จอร์โจ้ คิเอลลินี่ ปราการหลัง ยูเวนตุส ได้ออกมาพูดถึงการเสีย ปอล ป็อกบา ซึ่งเขาเปรียบเสมือน เลอบรอน เจมส์ และ ยูเซน โบลท์ แห่งวงการฟุตบอลให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไป “เราได้เปลี่ยนแปลงนักเตะไปมากมายอย่างเช่นที่ทีมอื่นๆทำกัน แต่ก็ไม่ค่อยคุ้นชินนักกับการเสียผู้เล่นแล้วต้องซื้อมาแทน” คิเอลลินี่ กล่าว

“เราต้องเสียนักเตะอย่าง ป็อกบา ที่เปรียบเสมือน เลอบรอน เจมส์ แห่งวงการฟุตบอลไป แม้ในตอนนี้คุณอาจจะยังไม่ประทับใจเขานักก็ตาม”
“ป็อกบา ยังเป็นเหมือน ยูเซน โบลท์ ของเรา เขาทำให้ทีมเล่นในแบบที่ต้องการได้ แต่เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงก็ต้องปรับแท็คติกไปด้วย และผมว่า มักซิมิเลียโน่ อัลเลกรี น่าจะรู้ดีกว่าใคร”

โดยหลังจากเสีย ป็อกบาไป ยูเว่เองก็ฟอร์มตกไม่น้อยเมื่อเทียบกับซีซั่นก่อน ขณะที่แม้จะนำเป็นจ่าฝูง แต่ก็แพ้แล้วถึง 4 นัดและนำอันดับสองเพียง 1 คะแนนเท่านั้น
“มันจะกลายเป็นสงครามที่ต้องคว้าทุกแต้มมาให้ได้ และมันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยกับการที่ โรม่า และ นาโปลี ตามเราติดๆแบบนี้” ปราการหลังทีมชาติอิตาลีกล่าวปิดท้าย

“มาเรีย” แฟชั่นนิสต้าตัวจิ๋ว ฉายแววนางแบบตั้งแต่เด็ก

ฉายแววแฟชั่นนิสต้าตั้งแต่เล็ก สำหรับ น้อง มาเรีย- ด.ญ. ทิพย์รดา ไมเออร์ หนูน้อยลูกครึ่งไทย-เยอรมัน วัย 7 ขวบ ที่นอกจากผลงานละครที่แฟน ๆ ได้ชมกันทางหน้าจอทีวีแล้ว เธอยังชื่นชอบการเดินแบบเป็นชีวิตจิตใจ และเนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติ สตาร์เทรนดี้ เลยต้องขอนัดน้องมาเรีย และคุณแม่ จิรัชญา ไมเออร์ มาพูดถึงการช่วยกันมิกซ์แอนด์แมตช์เสื้อผ้าและการแต่งตัวให้ออกมาได้อย่างน่ารักน่าชัง

สาวหน้าหวาน ลุคบอย

น้องมาเรียเขาก็แต่งตัวตามปกติค่ะ ชอบแต่งแบบบอย ๆ จะไม่ชอบสีชมพู อย่างตอนนี้น้องเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์แบรนด์ (กาซีโบ่ คิดส์) (Gazebo Kids) เขาก็จะส่งเสื้อผ้าคอลเลกชั่นใหม่มาให้ตลอด แต่น้องก็จะชอบเลือกที่เป็นแนวกางเกงขาสั้น กับเสื้อสูท เวลาเขาใส่ก็จะชอบโพสท่า รู้สึกว่าตัวเองมีพลัง อยู่บนเวทีเขาก็จะจิกแบบมั่นใจ ว่าลุคนี้คือแมน (หัวเราะ) อย่างชุดเจ้าหญิงเขาจะไม่ชอบเลย เขาจะไม่ชอบใส่ชุดเจ้าหญิงเลย นอกจากโรงเรียนจะให้แสดง ก็จะใส่เป็นชุดกระโปรงฟูฟ่องไปเลย แต่จะไม่มีชุดเจ้าหญิงแบบเอลซ่า แบบที่เด็ก ๆ คนอื่นชอบ อาจเพราะว่าเขาชอบเล่นอะไรเหมือนผู้ชาย ชอบเล่นการ์ด จับโปเกม่อน มากกว่า

วันสบาย ๆ ของน้องมาเรีย

ถ้าไม่ได้ออกไปทำงานนอกบ้าน หรือเดินห้าง เขาก็จะใส่เสื้อผ้าธรรมดา เสื้อยืด กางเกงขาสั้น ถ้ากลับบ้านนอก ที่ จ.เชียงราย ก็ใส่สีขาวไม่ได้เลย ต้องแต่งตัวอีกแบบหนึ่ง เพราะจะเลอะเปื้อนไปหมด ส่วนรองเท้าก็จะใส่รองเท้าแตะ ส่วนใหญ่คุณแม่ก็จะไม่ได้ซื้อให้น้องใส่ ก็จะมีแบรนด์ต่าง ๆ ส่งมาให้ แต่มาเรียเขาก็จะชอบใส่คัทชูแบบง่าย ๆ ซึ่งเราก็เลือกแบบที่ไม่กัดเท้าน้องด้วย

แต่งตัวด้วยตัวเอง

มาเรียจะถูกเลี้ยงแบบให้ช่วยเหลือตัวเองซะเป็นส่วนใหญ่ เขาจะชอบเลือกเสื้อผ้าเองด้วย ต้องแต่งตัวเองให้ได้ เวลาไปโรงเรียนก็แต่งตัวเอง เพราะเราก็อธิบายให้เขาฟัง ว่าต้องช่วยกันนะ เขาเลยทำอะไรด้วยตัวเองหมด ขนาดสระผมยังสระเองได้เลยค่ะ

ฉายแววนางแบบ

มาเรียเขาชอบเดินแบบมาก ชอบดูรายการเดอะเฟซฯ ดูทุกซีซั่น ซ้ำไปซ้ำมา จำได้หมดว่าเขาพูดอะไรกัน มีวิธีแต่งหน้ายังไง อย่างวันก่อนน้องเจอเพื่อนคุณแม่ ก็บอกว่า ขอโทษนะคะพี่หน้ากลม ต้องแต่งหน้าแบบมีเฉียง ๆ ด้วยนะคะ แล้วเขาก็แต่งให้ ส่วนมาเรียเองเวลาที่ต้องออกงานเบา ๆ เขาก็แต่งเองได้ ปัดแก้ม ทาปาก แต่บางทีเวลาเราไปงานเขาจะชอบแต่งหน้าจัดๆ เว่อร์ ๆ ให้ แต่คุณแม่จะไม่ค่อยชอบ เพราะเรามองว่าความสดใสและความเป็นธรรมชาติของเด็กหายไป ส่วนที่น้องชอบเดินแบบ ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะตอนที่ท้อง คุณแม่ชอบดูรายการ เยอรมัน เน็กซ์ ท็อป โมเดล ด้วย ส่วนคุณปู่ของมาเรียก็ชอบสะสมกล้องถ่ายรูป เวลาได้กล้องใหม่ ๆ มาก็จะให้หลานเป็นแบบ มาเรียก็เลยไม่กลัวกล้อง แล้วก็จะชินกับการแอ๊คท่าตั้งแต่เด็ก งานเดินแบบเลยเป็นงานที่เขาถนัด

เคล็ดลับของคุณแม่จิรัชญา

เราก็เลี้ยงเขาแบบปกติ แต่จะเน้นคุยด้วยเหตุผล จะไม่ตี เราเลือกวิธียกเหตุผลมาอธิบาย เราเองต้องใจแข็งด้วย ต้องไม่ยอม เพราะแม่เคยอ่านหนังสือว่าถ้าเด็กอยากได้อะไร แล้วเขาร้องไห้ต่อหน้าคนเยอะ ๆ แล้วคุณพ่อคุณแม่ใจอ่อน ยอมเขา ครั้งต่อไปเขาก็จะทำแบบนั้นอีก เพราะฉะนั้นเราต้องแข็งกับเขา ครั้งต่อไปเขาก็จะรู้ว่าทำแบบนี้แล้วไม่ได้ผล อย่างของเล่นคุณแม่ก็ไม่ได้ซื้อให้ ส่วนใหญ่จะเป็นญาติพี่น้องหรือว่าแฟนคลับซื้อมาฝาก และถ้าเขาอยากได้อีก เราก็จะอธิบายเหตุผลว่า เห็นที่ห้องเราไหมว่ามีของเล่นเยอะแยะขนาดไหน แล้วบางอย่างเล่นได้ไม่กี่ครั้งหนูก็ทิ้ง เราไม่ได้เลี้ยงแบบสไตล์คนไทย ที่จะต้องมานั่งโอ๋กันตลอดเวลา

การเรียนต้องมาก่อน

การรับงานของน้อง ถ้าเป็นวันธรรมดา เราจะไม่รับเลย เพราะรู้สึกว่ามันหนักไป สมมุติมีละครติดต่อมาวันจันทร์-พุธ นั่นหมายความว่า ลูกเราก็จะได้เรียนหนังสือแค่ 2 วัน แต่ถ้าติดต่อมาเป็น เสาร์-อาทิตย์ ก็ยังโอเค เพราะไม่ได้กระทบอะไร แต่ก็มีปัญหาเหมือนกัน อย่างช่วงที่ละครดวงใจพิสุทธิ์ใกล้จบ ก็ตรงกับช่วงสอบพอดี เราก็ไม่กล้าทวนข้อสอบให้ลูกเลย เพราะบทละครหนักอยู่แล้ว แต่ตามบทเขาต้องร้องไห้ทุกครั้ง แต่โชคดีที่คะแนนก็ยังออกมาดีค่ะ คือสุดท้ายแล้วยังไงเราก็ต้องไม่ทิ้งการเรียน เพราะในอนาคตเรารู้อยู่แล้วว่าเขาต้องกลับไปเรียนที่เยอรมนีเหมือนเดิม ก็เลยจะพยายามอัดความเป็นไทย และภาษาไทย ให้น้องได้ซึมซับได้มากที่สุด

…ใครจะนำวิธีการแต่งตัวของน้องมาเรีย และเคล็ดลับการเลี้ยงลูกของคุณแม่จิรัชญา ไปปรับใช้กับคุณหนู ๆ ก็ไม่สงวนลิขสิทธิ์นะจ๊ะ…

ธนารักษ์ เปิดประมูลที่ราชพัสดุ 14 แปลงทำเลทอง บริหารเชิงเศรษฐกิจ

ไตรมาสแรกของปี 2560 กรมธนารักษ์ เปิดมิติใหม่ในการพัฒนาที่ราชพัสดุเชิงเศรษฐกิจเชิงรุกนำที่ราชพัสดุ ที่มีศักยภาพและสภาพทำเลดีมาเปิดประมูลเพื่อหาผู้สนใจลงทุนพัฒนาที่ราชพัสดุ จำนวน 14 แปลง
นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า ในปี 2560 กรมธนารักษ์ได้นำแนวนโยบาย “ไทยแลนด์ 4.0” ซึ่งเป็นวิสัยทัศน์เชิงนโยบายในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทย ภายใต้การนำของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ มาปฏิรูปองค์กรโดยใช้ชื่อว่า “Treasury 4.0”

ซึ่งกรมธนารักษ์ถือเป็นหน่วยงานภาครัฐที่มีเครื่องมือและอุปกรณ์ทางเทคโนโลยีที่ทันสมัยและได้นำมาบริหารจัดการพัฒนาที่ราชพัสดุให้เกิดประสิทธิภาพและประโยชน์สูงสุด และเมื่อเริ่มต้นศักราชใหม่ 2560 นี้ กรมธนารักษ์ได้นำที่ราชพัสดุเข้าเปิดประมูลหาผู้ลงทุนกลุ่มเป้าหมายพัฒนาพร้อมกัน ทั่วประเทศ
แบ่งเป็นแปลงใหญ่และแปลงเล็ก รวมทั้งสิ้นจำนวน 14 แปลง / 12 จังหวัด ได้แก่ แปลงใหญ่ จำนวน 3 แปลง /3 จังหวัด ประกอบด้วย แปลงวังค้างคาว กรุงเทพมหานคร (กท.2723 ) แปลงเกาะกูด จังหวัดตราด (ตร.455) และแปลงบริเวณท่าเทียบเรือปอ จังหวัดภูเก็ต (ภก.574-578) และแปลงเล็ก จำนวน 11 แปลง /9 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดเชียงราย (ชร.1469, ชร.1359) จังหวัดแพร่ (พร.1069) จังหวัดนครสวรรค์ (นว.680) จังหวัดอุทัยธานี (อน.96) จังหวัดยโสธร (ยส.949) จังหวัดอำนาจเจริญ (อจ.452) จังหวัดสงขลา (สข.1178 , สข.1181) จังหวัดตรัง (ตง.858) และจังหวัดนครศรีธรรมราช (นศ.48)

อธิบดีกรมธนารักษ์กล่าวต่อว่า การเปิดประมูลหาผู้ลงทุนในที่ราชพัสดุที่เป็นที่ดินที่มีศักยภาพนี้ ยังเป็นการขยายฐานกลุ่มนักลงทุนให้เข้าร่วมเสนอโครงการพัฒนาที่ราชพัสดุในรูปแบบและแนวคิดที่หลากหลายมากขึ้น อันจะก่อให้เกิดประโยชน์แก่ภาครัฐในการพัฒนาประเทศให้ก้าวสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนต่อไป
ทั้งนี้ กรมธนารักษ์กำหนดเปิดจำหน่ายซองประมูล ตั้งแต่วันพุธที่ 25 มกราคม 2560 ถึงวันพฤหัสบดีที่ 23 กุมภาพันธ์ 2560 ณ สำนักงานธนารักษ์พื้นที่ที่แปลงที่ราชพัสดุตั้งอยู่ และกำหนดให้ยื่นซองประมูลในวันอังคารที่ 25 เมษายน 2560 ณ สำนักงานธนารักษ์พื้นที่ที่แปลงที่ราชพัสดุที่ท่านสนใจจะเข้าร่วมการประมูลตั้งอยู่

อยากลดน้ำหนักด้วยตัวเองต้องรู้ แบบไหนเผาผลาญพลังงานได้ดีสุด ?

ใครที่กำลังหันมาใส่ใจสุขภาพ อยากลดน้ำหนักด้วยตัวเองให้ได้อย่างที่ตั้งใจเอาไว้ มีหลากหลายแนวทางที่เราได้ยินจากคำแนะนำของผู้คนทั้งที่เชี่ยวชาญ คนที่มีความรู้ และคนที่ปฏิบัติมาด้วยตัวเอง ซึ่งการลดน้ำหนักมีเทคนิคที่จะอาจจะกล่าวได้ว่าไม่มีอะไรตายตัว
เพราะบางคนก็ไม่ได้ลดปริมาณหรือควบคุมอาหารจนเคร่งมากเกินไป ยังคงกินอาหารไขมันหนักๆ เช่นเดิม แต่เพิ่มเติมคือการอออกกำลังกายมากเป็นพิเศษ แน่นอนว่าเราไม่ได้พูดถึงการใช้อาหารเสริมหรือยาลดน้ำหนัก แต่มาดูกันดีกว่าค่ะว่า เทคนิคไหนที่เหมาะสมกับเรามากที่สุดที่จะช่วยให้หุ่นของสาวๆ ผอมเพรียวสวยได้ดั่งใจต้องการ

คาร์บเยอะ-ไขมันน้อย กับ คาร์บน้อย-ไขมันเยอะ
หลักการทั้งสองอย่างนี้ คือต้องบอกก่อนว่าคาร์บกับไขมันมีส่วนเกี่ยวข้องกับคาร์โบไฮเดรต เหล่าแป้งทั้งหลาย เพราะเมื่อย่ยสบายแล้วจะกลายเป็นโมเลกุลของน้ำตาลที่จะเข้าสู่กระแสเลือด หากร่างกายนำไปใช้ไม่หมดก็จะถูกเก็บสะสมกลายเป็นไขมันต่อไป คือยังไงการกินคาร์บหากไม่พอดี ไม่สมดุล มันก็สามารถทำให้อ้วนได้ ส่วนการกินไขมันเข้าไปโดยตรง ก็เป็นส่วนประกอบของคาร์บอยู่ดี เพราะไขมันส่วนเกินที่ร่างกายไม่ได้ใช้ ก็จะถูกสะสมอยู่ในร่างกายไม่ต่างกัน
การจะกินคาร์บน้อย คาร์บเยอะ สลับกันระหว่างการกินไขมันเยอะ ไขมันน้อย ให้นึกถึงว่าการกินคาร์บมีโอกาสให้เราได้เลือกตัวเลือกได้มากกว่าจะกินไขมัน ซึ่งคาร์บหลักๆ ที่เหมาะสำหรับการลดน้ำหนักด้วยตัวเอง คือคาร์บที่ค่อยๆ ย่อย เป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนที่มีเส้นใยอาหารรวมอยู่ด้วย นั่นก็คือพวก ข้าวซ้อมมือ ข้าวกล้อง ข้าวไม่ขัดสี ธัญพืช และขนมปังโฮลวีต เป็นต้น เป็นสารอาหารที่จะช่วยทำให้เรารู้สึกอิ่มได้นาน มีพลังงานไม่สูงจนเกินไปเมื่อเทียบกับการรับประทานอาหารไขมันสูง แม้จะเป็นไขมันดี แต่ก็จะทำให้ร่างกายรับเอาไขมันโดยตรงแบบไม่ต้องรอย่อยสลายกันเลยทีเดียว

แต่อย่างไรก็ตามความเหมาะสมของหลักเทคนิคทั้งสองว่าการลดน้ำหนักจะเหมาะกับใคร ยังมีปัจจัยด้านพฤติกรรมเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย กล่าวคือ คนที่ไม่ชอบกินข้าว กินข้าวเยอะไม่ได้ หรือไม่สามารถกินคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนได้ดี จะเน้นเป็นการกินข้าวหอมมะลิหรือข้าวสวยขัดขาวเสียมากกว่า ก็อาจจะเลือกเป็นสูตรลดคาร์บ-เพิ่มไขมันแทน แต่คนที่ไม่ชอบอาหารมันๆ เลี่ยนๆ ก็เลือกที่จะไปใช้สูตรคาร์บเยอะ-ไขมันน้อย ที่จะให้ผลได้ดีกว่า
เทคนิคเหล่านี้ถือว่าเป็นแนวทางที่ไม่ได้ตายตัว อย่าลืมหลักของการลดน้ำหนักอย่างถูกวิธี คือการออกกำลังกายและรับประทานให้ครบ 5 หมู่ด้วย ระเบียบวินัยเป็นสิ่งสำคัญ ที่จะช่วยให้ประสบความสำเร็จในการลดความอ้วนด้วยตัวได้ในไม่ช้าอย่างแน่นอนค่ะ

กินผักผลไม้ ช่วยเลิกบุหรี่

ถ้าคุณพยายามจะเลิกสูบบุหรี่ หรืออยากให้คนที่รู้จักเลิกสูบ ลองใช้วิธีเริ่มกินผักและผลไม้เยอะๆ เพราะการกินผักและผลไม้ให้มากขึ้น จะช่วยให้คุณหยุด และอยู่ห่างจากบุหรี่ได้นานขึ้น

แรกเริ่มมาจากการศึกษาที่ถูกเผยแพร่ทางออนไลน์ โดยนักวิจัยมหาวิทยาลัยสาธารณสุขบัฟฟาโล (Buffalo Public Health) ในสหรัฐ-อเมริกา พบว่าผักและผลไม้ที่มีไฟเบอร์มากๆ จะทำให้คนอิ่มได้เร็วกว่า จึงเป็นไปได้ว่า จะทำให้ความอยากทั้งหลาย ทุกสิ่งทุกอย่างของเราลดลง รวมทั้งทำให้สิงห์พ่นควันรู้สึกอยากสูบบุหรี่น้อยลง

ต่างกับอาหารบางอย่างซึ่งช่วยเพิ่มรสชาติของบุหรี่ เช่น เนื้อ เครื่องดื่มที่ผสมกาเฟอีน แอลกอฮอล์ ในขณะที่ผักและผลไม้ไม่เพิ่มรสชาติสิ่งเหล่านี้ ทั้งอาจทำให้รสชาติของการสูบบุหรี่หลังจากนั้นค่อนข้างแย่ ไม่ช่วยเพิ่มอรรถรสในการสูบแต่อย่างใด และบางครั้งนักสูบเองก็สับสนระหว่างการกินกับการสูบบุหรี่ ตามที่หนึ่งในผู้เชี่ยวชาญกล่าว หลายคนรู้สึกหิวแต่ไม่ลุกไปกินข้าว กลับเลือกที่จะไปอัดบุหรี่และนิโคตินเข้าปอดแทน

การทดลองนี้ ศึกษาและสอบถามผู้ที่สูบบุหรี่ 1,000 คน ซึ่งมีอายุ 25 ปีและมากกว่านั้นจากทั่วประเทศ ใช้วิธีการสุ่มสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ และติดตามผลผู้ที่ตอบคำถามเป็นเวลานาน 14 เดือนเต็ม ในการนำข้อมูลไปต่อยอดช่วยทำให้สิงห์อมควันทั้งหลายเลิกบุหรี่ได้ ด้วยวิธีที่ง่ายกว่า

นักวิจัยยังเปิดเผยด้วยว่าในปัจจุบันอัตราการสูบบุหรี่ในสหรัฐอเมริกาลดลงกว่าในยุคที่ประเทศเต็มไปด้วยหมอกควัน ยุคที่ดาราดังฮอลลีวู้ดอย่างจอห์น เวย์น และคลาร์ก เกเบิล รับทรัพย์มหาศาลเพื่อให้เกิดภาพว่าดาราดังต้องสูบบุหรี่ แต่คุณรู้ไหมว่าในขณะเดียวกันอัตราการเลิกสูบก็ลดลงด้วยในช่วงปลายทศวรรษที่ผ่านมานี้ ทั้งที่คนส่วนใหญ่ก็อยากจะเลิกสูบบุหรี่-แต่ใจไม่แข็งพอ GM Live เป็นกำลังใจให้สำหรับผู้ที่ต้องการเลิกบุหรี่ทุกท่านนะครับ

ชาวเน็ตไต้หวันฮือฮา พ่อค้าขายผักผลไม้หุ่นแซ่บ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ในโลกออนไลน์ของไต้หวัน พ่อค้าหนุ่มขายผักและผลไม้ เมืองเป่ยโถว กรุงไทเป ของไต้หวัน วัย 20 ปี สูง 185 เซนติเมตร กำลังได้รับความสนใจจากชาวเน็ตเป็นอย่างมาก โดยภาพของเขาซึ่งกำลังถอดเสื้อทำงาน เผยให้เห็นซิกแพคและหน้าตาที่หล่อเหลา

โดย Wang Xianghong ทำงานอยู่ที่ร้านผลไม้ภายในตลาดแห่งหนึ่ง 4 วันต่อสัปดาห์ และมีงานพิเศษคือการเดินแบบ ซึ่งเจ้าตัวเปิดเผยว่ามีแผนจะสมัครเป็นทหารเข้ากองทัพในช่วงปลายปีนี้

รวบโจ๋ฆ่าเปลือยโชเฟอร์แท็กซี่ย่านรามอินทรา อ้างแค้นแฟนถูกลวนลาม


รวบโจ๋ฆ่าเปลือยโชเฟอร์แท็กซี่ ทิ้งบ้านร้างย่านรามอินทรา รับสารภาพทำคนเดียว อ้างคับแค้นใจ หลังแฟนสาวถูกลวนลาม

(13 ธ.ค.) พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. แถลงจับกุม นายเอ (นามสมมุติ) เยาวชนชาย อายุ 15 ปี ที่ก่อเหตุใช้อาวุธมีดอีโต้ ฆ่า นายชมภูขันธุรา อายุ 49 ปี ชาว จ.ยโสธร อาชีพคนขับแท็กซี่ ภายในบ้านไม่มีเลขที่ ซ.รามอินทรา 5 แยก 17 แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กทม. เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา (12 ธ.ค.) หลังผู้ต้องหาเดินทางเข้ามอบตัวกับตำรวจ สน.บางเขน

พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากแฟนสาวของ นายเอ ที่ตกเป็นผู้ต้องหา พร้อมเพื่อนผู้หญิงรวม 3 คน อายุระหว่าง 13 – 15 ปี ได้โดยสารมาในรถแท็กซี่ของผู้ตาย จากนั้นก็ได้มีการพูดจาหยอกล้อกัน ก่อนที่ผู้ตายจะได้ล่วงเกินหญิงสาวซึ่งเป็นแฟนของ นายเอ จนทำให้หญิงสาวไม่พอใจโทรศัพท์ไปบอกกับนายเอ จนนายเอเกิดความหึงหวงและคับแค้นใจ ก่อนขับรถจักรยานยนต์พร้อมอาวุธมีด บุกไปยังบ้านพักของผู้ตาย จากนั้นได้ลงมือก่อเหตุฆ่าผู้ตายขณะนอนหลับอยู่ โดยผู้ต้องหานั้น ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา และลงมือกระทำเพียงลำพัง

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าว่าว่า “ฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา” นำส่งพนักงานสอบสวน สน.บางเขน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

reddragon88 คาสิโนออนไลน์ 24 ชั่วโมง